คณะกรรมการชุดย่อย

ไทยคมมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจดาวเทียมแห่งเอเชีย โดยการเชื่อมโยงการสื่อสารผ่านนวัตกรรมดิจิตอลและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

 
 

คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด โดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
ศาสตราจารย์หิรัญ รดีศรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
นางชรินทร วงศ์ภูธร กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการตรวจสอบ กรรมการอิสระ


ศาสตราจารย์หิรัญ รดีศรี และ นางชรินทร วงศ์ภูธร เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ที่จะทำการสอบทาน งบการเงินของบริษัทได้

โดยคณะกรรมการได้ปฏิบัติตามขอบเขตและอำนาจหน้าที่ซึ่งได้มีการสอบทานและ ปรับปรุงเป็นประจำทุกปี ดังนี้

  • สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินถูกต้องและเพียงพอ
  • สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเพียงพอของงบประมาณ บุคลากร และ ความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้าย ความดีความชอบ และการเลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบ เกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  • สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  • พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลที่มีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี และเสนอ ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วม ประชุมอย่างน้อยปีละ1 ครั้ง
  • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อกำหนดของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า รายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  • พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท ในกรณีที่เกิดรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องครบถ้วน
  • สอบทานให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
  • จัดให้มีกระบวนการรับแจ้งเบาะแสจากพนักงานในเรื่องการทุจริตหรือรายการผิดปกติเกี่ยวกับงบการเงิน
  • ดูแลให้มีการพัฒนาระบบควบคุมภายในเกี่ยวกับการจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องเชื่อถือได้
  • จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงาน ดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    1. ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    2. ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทและระบบการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการป้องกันการเกิดโอกาสทุจริต
    3. ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    4. ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    5. ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    6. จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    7. ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
    8. รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ
  • รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
  • ให้มีอำนาจว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลภายนอกตามระเบียบของบริษัทมาให้ความเห็นหรือคำปรึกษา ในกรณีจำเป็น
  • ให้มีอำนาจเชิญกรรมการ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานหรือพนักงานของบริษัทหารือหรือตอบคำถาม ของคณะกรรมการตรวจสอบ
  • พิจารณาทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ตรวจสอบเป็นประจำทุกปี
  • ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย และคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาให้ ความเห็นชอบ
  • ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือมีข้อสงสัยว่า มีรายการหรือการกระทำ ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายใน เวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
    1. รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    2. การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    3. การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท

    หากคณะกรรมการของบริษัทฯ หรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตาม วรรคหนึ่ง กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่า มีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่ง ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย
  • ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่า กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบใน การดำเนินงานของบริษัทได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายระบุ และได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัททราบ และเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไปโดยไม่ช้กช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้สอบบัญชีทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ รับแจ้งจากผู้สอบบัญชี พฤติการณ์อันควรสงสัยที่ต้องแจ้งดังกล่าว และวิธีการเพื่อให้ได้ซึ่งข้อเท็จจริง เกี่ยวกับพฤติการณ์นั้น ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
  • คณะกรรมการตรวจสอบต้องประเมินผลการปฏิบัติงานโดยการประเมินตนเองของคณะกรรมการ ตรวจสอบทั้งคณะ และรายงานผลการประเมินให้คณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ
  • คณะกรรมการตรวจสอบควรได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา ประกอบด้วยอนุกรรมการ 3 คนคือประธานอนุกรรมการ และ อนุกรรมการอีก 2 คน ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ 1 คน จะเป็นกรรมการอิสระและอนุกรรมการ อีก 1 คน จะเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางชรินทร วงศ์ภูธร ประธานคณะกรรมการ
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการ
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการ


อนุกรรมการที่ลาออกในปี 2555: นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาล และสรรหา เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ว่าประธานกรรมการบริษัท ไม่ควรจะดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการของบริษัท และคณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้ง นางชรินทร วงศ์ภูธรเป็น ประธานคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา แทน นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และได้แต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการอิสระเป็นอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

คณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา มีขอบเขตและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  • วางนโยบายการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท พิจารณาทบทวนนโยบายการ กำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัททุกๆ ปี รวมทั้งเสนอปรับปรุงแก้ไขนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ บริษัทให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา
  • กำหนดหลักเกณฑ์และนโยบายในการสรรหาคณะกรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัท
  • พิจารณาสรรหากรรมการ โดยพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ เพื่อเสนอ คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติ และ/หรือเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณีว่า อำนาจดำเนินการนั้นสิ้นสุดที่องค์คณะใด
  • พิจารณาสรรหาผู้ทีเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในกรณีทีมี่ตำแหน่งว่างลง รวมทั้ง พิจารณาหลักเกณฑ์ในการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และนำเสนอคณะกรรมการ บริษัทฯ เพื่อแต่งตั้งต่อไป
  • พิจารณาเสนออนุมัติแต่งตั้งบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมการ และประธานคณะอนุกรรมการ ชุดต่างๆ ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
  • พิจารณาเสนอชื่อบุคคลของบริษัทที่จะไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และ บริษัทร่วมค้าของบริษัท
  • ดูแลการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการบริษัทฯ คณะอนุกรรมการแต่ละชุด (รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง และของคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา) และ กรรมการแต่ละคน ตลอดจนทำหน้าที่สอบทานผลการประเมินของคณะอนุกรรมการแต่ละชุด และ รายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็นตาม ระเบียบข้อบังคับของบริษัท
  • พิจารณาทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตรนี้ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณอนุมัติ เปลี่ยนแปลง
  • รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเป็นประจำ รวมทั้งประเด็นสำคัญ ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทฯ ควรได้รับทราบ
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย

คณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา ประกอบด้วยอนุกรรมการ 3 คนคือประธานอนุกรรมการ และ อนุกรรมการอีก 2 คน ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการ 1 คน จะเป็นกรรมการอิสระและอนุกรรมการ อีก 1 คน จะเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นางภัทรียา เบญจพลชัย ประธานคณะกรรมการ
ศาสตราจารย์สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการ
นายเกว็ก บัค ไช กรรมการ


อนุกรรมการที่ลาออกในปี 2555: นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการกำหนด ค่าตอบแทน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ว่า ประธานกรรมการบริษัท ไม่ควรจะดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการของบริษัท และคณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้ง นางชรินทร วงศ์ภูธร เป็นประธานคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน แทน นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และได้แต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ สำเรียง เมฆเกรียงไกร กรรมการอิสระเป็นอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน

คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน มีขอบเขตและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

  • กำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันและสมเหตุสมผลทั้งที่เป็นตัวเงิน และมิใช่ตัวเงินเพื่อจูงใจและรักษาคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อยและผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทฯ ให้อยู่ต่อไป
  • พิจารณาให้ความเห็นชอบแผน EV Bonus (Economic Value Bonus) และหลักเกณฑ์ต่างๆ ใน การดำเนินการตามแผน EV Bonus รวมทั้งให้ความเห็นชอบการจัดสรร EV Bonus ประจำปีให้กับ ผู้บริหารของบริษัท เพื่อ เสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
  • พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้ง เกี่ยวกับการดำเนินการตามแผน EV Bonus และรายงานให้คณะกรรมการทราบ
  • พิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าตอบแทนรายปีของกรรมการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติและหรือนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้วแต่กรณี
  • หากมีการเสนอขายหลักทรัพย์ใหม่ (หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น) ให้แก่กรรมการและพนักงาน คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนควรพิจารณาให้เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปเพื่อจูงใจให้กรรมการและ พนักงาน ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว และสามารถรักษาบุคลากรที่มี คุณภาพได้อย่างแท้จริง และต้องเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นด้วย นอกจากนี้ หากมีกรรมการหรือพนักงาน รายใดจะได้รับการจัดสรรหลักทรัพย์เกินกว่า 5% ของจำนวนหลักทรัพย์ทั้งหมดที่จะจัดสรร คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ต้องพิจารณาความเหมาะสมและให้ความเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม ต้องไม่มีกรรมการรายใดในคณะอนุกรรมการฯ ที่จะได้รับจัดสรรหลักทรัพย์เกินกว่า 5% ด้วย ถึงจะ มีสิทธิในการให้ความเห็นชอบ
  • จัดทำหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติและหรือนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติตามแต่กรณี
  • รายงานการพิจารณาค่าตอบแทนประจำปีของคณะกรรมการให้ คณะกรรรมการรับทราบและนำเสนอ ผู้ถือหุ้นรับทราบในการประชุมผู้ถือหุ้น
  • พิจารณาและให้ความเห็นชอบผลการประเมินการปฏิบัติงานเพื่อกำหนดเงินโบนัสประจำปี EV Bonus และการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีให้แก่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท เพื่อเสนอให้ คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น
  • พิจารณาทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตรและเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณา อนุมัติเปลี่ยนแปลง
  • รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเป็นประจำ รวมทั้งประเด็นสำคัญ ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทฯ ควรได้รับทราบ
  • รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรในปีที่ผ่านมาต่อผู้ถือหุ้น เช่นในรายงานประจำปี หรือ ตอบคำถามในการประชุมผู้ถือหุ้น
  • มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องของบริษัทมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุม หรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมาย
รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร
นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ กรรมการบริหาร
นาย เกว็ก บัค ไช กรรมการบริหาร
นายเอนก พนาอภิชน กรรมการบริหาร
นายปฐมภพ สุวรรณศิริ กรรมการบริหาร
นายฟิลิป เชียง ชอง แทน กรรมการบริหาร


คณะกรรมการบริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญ ดังนี้

  • กำหนดทิศทางกลยุทธ์ โครงสร้างการบริหารงาน แผนธุรกิจ และงบประมาณประจำปีของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติ
  • บริหารการดำเนินธุรกิจใดๆ ของบริษัทให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้วางไว้
  • กำกับและติดตามผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัท และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อม วิธีแก้ไขถ้าผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายให้กรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน
  • แสวงหาและประเมินโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่
  • พิจารณาและให้ความเห็นแก่คณะกรรมการบริษัทฯ เกี่ยวกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท
  • พิจารณาสอบทานและอนุมัติรายการเกี่ยวกับการลงทุนและจำหน่ายทรัพย์สิน การบริหารทรัพยากร บุคคล การเงินและการบริหารเงิน การบริหารงานทั่วไป และรายการอื่นใดที่เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท ภายในขอบเขตอำนาจที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ
  • พิจารณาและให้ความเห็นต่อเรื่องที่ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ยกเว้นในกิจกรรม ใดๆ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการชุดอื่นเป็นผู้ดำเนินการไว้แล้ว
  • พิจารณาและสอบทานการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในของบริษัท
  • คณะกรรมการบริหารอาจมอบอำนาจช่วงให้ผู้บริหารหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง มีอำนาจในการดำเนินการ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรได้ การอนุมัติรายการ ของคณะกรรมการบริหารและ/หรือการมอบอำนาจช่วงต้องไม่เป็นการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่คณะกรรมการบริหารมีส่วนได้เสีย ตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัทและตามที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทฯ และหน่วยงาน กำกับดูแล
  • ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น
  • มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องของบริษัทมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุม หรือให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่จำเป็น
  • รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของคณะกรรมการบริหาร ให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบเป็น ประจำทุกเดือน ในวาระการรายงานของประธานคณะกรรมการบริหาร
  • ประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองและประเมินความเพียงพอของกฎบัตรของคณะกรรมการบริหาร เป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจทำพร้อมกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และ คณะอนุกรรมการชุดอื่น โดยอยู่ภายใต้การดูแลของคณะอนุกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา
  • ดำเนินการอื่นๆ ใด หรือตามอำนาจและความรับผิดชอบ ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ มอบหมายหน้าที่ ให้เป็นคราวๆ ไป
  • มีอำนาจในการอนุมัติการดำเนินการทางการเงินในวงเงินไม่เกิน 400 ล้านบาทต่อรายการซึ่งจะรวมถึง การอนุมัติค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินการตามปกติธุรกิจ เงินลงทุนในโครงการ การลงทุนในสินทรัพย์ ฝ่ายทุนหรือสินทรัพย์ถาวร ยกเว้นการชำระภาษีต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาษีนำเข้า ค่าประกันภัยดาวเทียม และ ค่าผลประโยชน์ตอบแทนที่บริษัทต้องนำส่งตามข้อผูกพันตามสัญญา การกู้ยืมเงินและชำระคืนก่อน กำหนด การให้กู้ยืมเงิน การจัดหาและใช้วงเงินสินเชื่อต่างๆ หรือการออกตราสารหนี้ รวมถึงการให้ หลักประกัน การค้ำประกันเงินกู้ หรือสินเชื่อ การดำเนินการด้านการฝาก-ถอนเงิน และการจัดทำ เครื่องมือบริหารความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและอัตราดอกเบี้ย ให้มีอำนาจ อนุมัติภายในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาทต่อรายการ และ 800 ล้านบาทต่อรายการตามลำดับ ทั้งนี้ ถ้าเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินหรือความช่วยเหลือทางการเงินแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

คณะกรรมการบริหารอาจมอบอำนาจช่วงให้พนักงานระดับบริหารของบริษัทให้มีอำนาจอนุมัติทางการเงิน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่อง ตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรก็ได้

การอนุมัติรายการทางการเงินของคณะกรรมการบริหารหรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหาร จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมี ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ตามข้อบังคับของบริษัทและสำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด) ทำกับบริษัท หรือบริษัทเกี่ยวข้อง ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติไว้

Investor Kits

สามารถดาวน์โหลดเอกสาร
นักลงทุนสัมพันธ์ เช่น รายงานประจำปี งบการเงิน คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ และ เอกสารนำเสนอต่างๆ ได้ที่นี่